ตัวอย่างการเซ้นต์ชื่อที่ถูกต้องบนบัตรประจำตัวประชาชน http://www.fwdder.com/data/mail/2007/09/04/1188874748408/image/__fwdDer.com__-095908467-[LoOkKaEW]-T-0611221701.jpg วันนี้เพื่อนๆ เซ็นชื่อรับรองสำเนาได้ถูกต้องรึยัง? หากเซ็นผิดแม้แต่นิดเดียว เพื่อนๆ อาจตกเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว จากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี ที่นำเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่สำคัญ จากการเซ็นรับรองของเราที่ไม่รัดกุม ไปทำประโยชน์ส่วนตน แต่ดันสร้างหนี้ให้กับเราเนี่ยสิ "กรรม" เศร้าสุดๆ และนั้นก็เป็นที่มาของเรื่อง... "หนี้ที่เราไม่ก่อ" ดังนั้นทุกครั้งหากต้องเซ็นเอกสารรับรองสำเนาอย่าลืม ...จำ... และทำตามขั้นตอนดังนี้ ข้อหนึ่ง... ทุกครั้งหลังจากเซ็นชื่อ และเขียนรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ต้องเขียนรายละเอียดกำกับไว้ด้วยว่า..เอกสารฉบับนั้นใช้สำหรับทำอะไร เช่น "ใช้เฉพาะสมัครงานเท่านั้น" ข้อสอง... นอกจากกำกับรายละเอียดการใช้แล้ว ยังต้องกำกับ วัน/เดือน/ปี เขียนลงบนสำเนาที่ใช้ด้วยนะค่ะ ซึ่งนั่นจะช่วยกำหนดอายุการใช้งานสำเนาของเราได้ ข้อสาม... ต้องเขียนข้อความทั้งหมดทับลงบนสำเนาส่วนที่เป็นบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่สำคัญ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ วิธีเซ็นที่ถูกต้องในการรับรองสำเนาอย่างรัดกุม ไม่เปิดช่องทาง ให้กับมิจฉาชีพ มันเอาไปสร้างหนี้ให้กับเรา แต่ถ้าใครยังไม่ได้เซ็นแบบนี้ละก็ คุณอาจเป็นรายต่อไป ที่จู่ๆ ก็มี หนี้ตามมาเคาะประตูถึงบ้าน รู้งี้แล้วก็อย่าลืมทำตามละ จะได้ไม่ต้องเป็นเยื่อรายต่อไปนะจ๊ะเพื่อนๆ ขอบคุณข้อมูล: ทสท โทรคมนาคม
"โรคงอน" เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง 
          ติดต่ออย่างรวดเร็ว ขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ 
          ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา 
          ผู้ป่วยมีอาการ "หน้างอ"

         

          บางรายที่อาการหนัก . . . 
          จะมีอาการหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย 
          หูแข็งฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด 
          ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม (. . .จริงอ่ะ)

         

          ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย 
          โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น 
          ผู้ป่วยที่อาการหนัก . . . อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ

         

          การปฐมพยาบาลเบื้องต้น . . . 
          ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน 
          ถ้างอนน้อย ๆ ให้รีบง้อ

         

          วิธีการรักษา . . . 
          ผู้พบเห็นทั่วไป ควรเอาใจใส่ ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก 
          จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้

         

          สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก 
          ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอน และเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ 
          เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ . . .  
          เปราะบางแตกหักง่ายเอาใจใส่เป็นพิเศษ

         

          หลังได้รับการรักษา . . . 
          ผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา 
          ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ 
          หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ . . .| 
          อาการงอนจะกำเริบ

         

          หมายเหตุ . . .  
          พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก 
          สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก . . .  
          จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า "น่าเบื่อ น่ารำคาญ" 
          จะปล่อยไปตามยถากรรม (โอ้…) 
          ไม่มีการปฐมพยาบาลใด ๆ ทั้งสิ้น 

 Forword Mail 

 เมื่อแฟนผมให้ไปออกเดทกับหญิงอื่น" (อ่านน่ะ...ให้จบด้วย... ดีมากจริงจริง) Forword Mail

หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปี
ผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

เพราะ....วันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง
มันเป็นไอเดียของเธอล้วน ๆ จริง ๆ นะ


' ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ'
ภรรยาผมพูด

'แต่ผมรักคุณนี่'
ผมเถียง

'ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ด้วยเหมือนกัน'

ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยาอยากให้ผมไปหา คือ 'แม่' ของผมเอง
ซึ่งเธอเป็นหม้ายและใช้ชีวิตเพียงลำพังกับสัตว์เลี้ยงมา 19 ปีแล้ว

เนื่องจากงานที่รัดตัว ทั้งเจ้านายและลูกค้าที่ผมจะต้องรับผิดชอบ
และยังมีภรรยาและลูก ๆ ที่ต้องดูแล
ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น


ผมตอบตกลงกับภรรยา และขอบคุณที่เธอให้โอกาสเช่นนั้น
วันที่ผมโทรไปหาแม่ เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง

แม่ถามผมว่า
'มีอะไรหรือ? ลูกสบายดีรึเปล่า?'

แม่คิดว่าการที่ผมโทรมาหาอย่างกระทันหัน
หมายความว่ า
มีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น
ผมตอบแม่ว่า 'ไม่มีอะไรคับ ก็อยากคุยกับแม่ และคงจะดีมาก ถ้าเราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ตามลำพังสองคนแม่ลูกบ้าง ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ ดูหนังด้วยกันสักเรื่อง'

แม่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า 'ได้สิจ๊ะ แม่ยินดีมากเลยจ้ะ' + 'แล้วลูกมีเวลาว่างแล้วเหรอจ๊ะ หยุดงานได้เหรอ'
...

เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถไปรับแม่ที่บ้าน

ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย


เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็สังเกตได้ว่า
แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

แม่สว มเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว

แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย

พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์


แม่บอกเพื่อน ๆ ว่า 'จะออกไปเที่ยวกับลูกชาย'  
แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ เพื่อน ๆ ของแม่ต่างพากันประทับใจยกใหญ่


เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยม
บรรยากาศก็อบอุ่นสบาย ๆ มาก ๆ
ผมวางแผนว่าต้องเป็นร้านในสไตล์ที่แม่ต้องชอบ

แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง


หลังจากที่เรานั่งเรียบร้อยแล้ว
ผมต้องเป็นฝ่ายอ่านเมนูอาหาร
เพราะแม่บอกว่า
'ตอนนี้สายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ ๆ เท่านั้น'

เมื่อผมอ่านเมนูอาหารไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง
จึงหยุดเว้นจังหวะ เพื่อให้แม่ได้เลือกรายการอาหาร
ผมเงยหน้าขึ้น
มองเห็นแม่กำลังจ้องมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง

แม่พูดเปรยขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า

'ตอนที่ลูกยังเด็ก แม่ต้องเป็นคนอ่าน เมนูให้ลูกฟังหลายรอบ'


ผมบอกแม่ว่า 'งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบาย ๆ บ้างแล้ว'


ในระหว่างมื้ออาหารนั้น
เราคุยกันอย่างถูกคอ
- ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร -
เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา


เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน
...
เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูดว่า
'แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ' -
'แต่คราวนี้ลูกต้องยอมให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ'

'แน่นอนครับ'
ผมตอบตกลง

'ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง?'  
ภรรยาถาม เมื่อผมกลับถึงบ้าน
'วิเศษมาก ๆ ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย'  ผมตอบ

อีกไม่กี่วันต่อมา แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย

หลายวันต่อมา
ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป
มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วยว่า...


'แม่จ่ายค่าอาหารชุดนี้เรียบร้อยแล้ว แม่รู้อยู่แล้วว่าแม่คงไปอีกครั้งไม่ได้ -
แต่... แม่ก็จ่ายสำหรับสองคน คือ สำหรับลูกกับภรรยา - ลูกคงเดาไม่ถูกหรอกว่าวันนั้นมีความหมายต่อแม่มากแค่ไหน,  รักลูกมากจ๊ะ'


ณ วินาทีนั้น ผมได้เข้าใจถึงความสำคัญของการกล่าวคำว่า
''รัก'
ต่อคนที่เรารัก ในช่วงเวลาที่เค้าต้องการมัน

ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าครอบครัวของคุณ
จงให้เวลากับพวกเค้าในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณ
เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจผลัดวันประกันพรุ่งได้

-มีบางคนบอกว่า หลังจากที่คลอดลูกแล้วต้องใช้เวลาพักฟื้นราว 6 สัปดาห์ แม่จึงจะคืนสภาพเดิม

คนนั้นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณได้เป็นแม่คนแล้ว ไม่มีคำว่าคนเดิมอีกต่อไป

-บางคนบอกว่า คนเราเรียนรู้การเป็นแม่ได้เองตามสัญชาติญาณ

คนนั้นไม่เคยพาลูกสามขวบไปซูเปอร์มาร์เกต

-บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นน่าเบื่อ

คนนั้นไม่เคยนั่งรถที่ลูกวัยรุ่นขับ หลังจากที่ได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ


-บางคนบอกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี ลูกออกมาก็จะดีเอง

คนนั้นนึกว่าเด็กคลอดออกมาพร้อมกับคู่มือการใช้และใบรับประกัน


-บาง คนบอกว่า แม่ที่ดีไม่ควรขึ้นเสียงกับลูก

คนนั้นไม่เคยเปิดประตูหลังบ้านออกมา ทันได้เห็นลูกหวดลูกบอลเข้าใส่หน้าต่างครัวของเพื่อนบ้านพอดิบพอดี


-บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นไม่ต้องมีการศึกษาก็ได้

คนนั้นไม่เคยช่วยลูกที่กำลังเรียน ป.4 ทำการบ้านเลข


-บางคนบอกว่า แม่รักลูกคนที่ห้าไม่เท่าลูกคนแรก

คนนั้นไม่เคยมีลูกห้าคน



-บางคนบอกว่า ช่วงที่ยากที่สุดของการเป็นแม่ คือตอนคลอดและตอนเลี้ยง

คนนั้นไม่เคยยืนดูลูกขึ้นรถเมลไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก
ไม่เคยส่งลูกเข้าห้องหอในคืนแต่งงาน

-บางคนบอกว่า งานของแม่นั้นหมู ๆ ปิดตาสองข้าง หรือมัดมือไว้ข้างหนึ่งก็ยังไหว

คนนั้นไม่เคยสอนการออกเดินขายขนมให้กับเหล่ายุวนารี
ที่กระจุ๊กกระจิ๊กคิกคักกันอยู่ตลอดเวลา


-บางคนบอกว่า แม่เลิกกังวลได้แล้ว หลังจากที่ลูกแต่งงานออกเรือนไป

คนนั้นไม่รู้ว่าการแต่งงานคือการนำลูกชายหรือลูกสาวคนใหม่เข้ามาอยู่ในสายใยใจของแม่


-บางคนบอกว่างานของแม่ สิ้นสุดลงเมื่อลูกคนสุดท้ายออกจากบ้านไป

คนนั้นไม่เคยมีหลานยาย หรือหลานย่า


-บางคนบอกว่า แม่รู้ดีอยู่แล้วว่าคุณรักท่าน เพราะงั้น ไม่ต้องบอกท่านก็ได้

คนนั้นไม่เคยเป็นแม่คน

..................................................................


โปรดส่งต่อถึงทุกคนที่  'จะต้องเป็นแม่' และทุกคนที่ 'มีแม่'

....................................................................