กฎของเมล็ดพันธุ์

posted on 23 Aug 2010 11:44 by virusiloveu

Take a good look at an apple tree. 
มองดูต้นแอ๊บเปิ้ลต้นหนึ่งให้ดี 

There might be five hundred apples on the tree, each with ten seeds. That?s a lot of seeds! 
มันอาจจะมีผลแอ๊บเปิ้ลอยู่ 500 ผล แต่ละผล มีเมล็ดพันธุ์อยู่ 10 เมล็ด มันจึงเมล็ดพันธุ์จำนวนมากมาย 

We might ask, ?Why would you need so many seeds to grow just a few more trees?? 
เราอาจจะถามว่า ?ทำไมคุณถึงต้องใช้เมล็ดพันธุ์มากมายเพื่อที่จะปลูกต้นแอ๊บเปิ้ลเพียงไม่กี่ต้น 

Nature has something to teach us here. It?s telling us: ?Most seeds never grow. 
ธรรมชาติมักจะบอกอะไรเราบางอย่าง.. มันกำลังบอกเราว่า ?มีเมล็ดพันธุ์จำนวนมาก ไม่ได้เจริญงอกงาม? 

So if you really want to make something happen, you had better try more than once.? 
ฉะนั้น ถ้าคุณปรารถนาจะให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น คุณน่าจะลองทำสิ่งนั้นมากกว่าแค่ 1 ครั้ง 

This might mean: นี่อาจจะหมายถึง 
You?ll attend twenty interviews to get one job. 
คุณอาจจะต้องสอบสัมภาษณ์ถึง 20 ครั้งเพื่อจะให้ได้งานสักงานหนึ่ง 

You?ll interview forty people to find one good employee. 
คุณอาจจะต้องสัมภาษณ์คน 40 คนเพื่อที่จะได้ลูกจ้างดี ๆ สักคน 

You?ll talk to fifty people to sell one house, car, vacuum cleanner, insurance policy, idea...... 
คุณอาจจะต้องพูดกับคน 50 คนเพื่อจะได้ขายบ้านหนึ่งหลัง, รถยนต์, เครื่องดูดฝุ่น, กรมธรรม์ประกัน หรือไอเดีย 

And you might meet a hundred acquaintances to find one special friend. 
และคุณอาจจะได้พบปะคนเป็นร้อยเป็นร้อยเพื่อที่จะเจอเพื่อนดี ๆ สักคน 

When we understand the ?Law of the Seed?, we don?t! get so disappointed. 
เมื่อเราเข้าใจ "กฎของเมล็ดพันธุ์" เราก็จะไม่ต้องมาคอยผิดหวัง 

We stop feeling like victims. Laws of nature are not things to take personally. We just need to understand them - and work with them. 
เราจะไม่รู้สึกว่าเราเป็นเหยื่อ กฎของธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาใช้ได้เองตรงๆ เราเพียงแค่ต้อง เข้าใจและลองค่อย ๆ ปฏิบัติดู 

IN A NUTSHELL สั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ 
Successful people fail more often. They plant more seeds. 
ผู้คนที่ประสบความสำเร็จก็ล้มเหลวได้บ่อย แต่พวกเค้าก็ใช้เมล็ดพันธุ์มากกว่า (ถึงจะประสบความสำเร็จ) 

When Things Are Beyond Your Control here?s a recipe for permanent misery?....... 
เวลาอะไร ๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด? สูตรสำเร็จของคนที่ไร้ซึ่งความสุขก็คือ 
a) Decide how you think the world SHOULD be. 
1) ตัดสินว่า โลกมันควรจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ 
b) Make rules for how everyone SHOULD behave. 
2) ตั้งกฎเกณฑ์ว่าผู้คนควรจะทำตัวยังไง 

Then, when the world doesn?t obey your rules, get angry! That?s what miserable people do! 
และ.. เมื่ออะไร ๆ ไม่เป็นไปตามกฎของคุณ? ก็โกรธซะ !! นั่นแหละ คือสิ่งที่คนไร้ความสุขเค้าทำกัน 

Let?s say you expect that: เอาเป็นว่า ถ้าคุณคาดหวังว่า 
Friends SHOULD return favours. เพื่อน ควรจะตอบแทนอะไรคุณบ้าง 
People SHOULD appreciate you. ผู้คนควรจะชื่นชมคุณ 
Planes SHOULD arrive on time. เครื่องบิน น่าจะลงตรงเวลา 
Everyone SHOULD be honest. ทุก ๆ คนควรจะซื่อสัตย์ 
Your husband SHOULD remember your birthday. สามี (แฟน) ควรจะจำวันเกิดคุณได้ 

These expectations may sound reasonable. 
ความคิดพวกนี้ ฟังดูเหมือนมีเหตุผล 

But often, these things won?t happen! So you end up frustrated and disappointed. 
แต่บ่อยครั้ง สิ่งพวกนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น และ มันก็จบลงที่.. คุณรู้สึกรำคาญใจและผิดหวัง 

There?s a better strategy. Have less demands. Instead, have preferences! 
มันมีหลักเกณฑ์ที่ดีกว่านี้ ลดความต้องการให้น้อยลง แล้วเปลี่ยนเป็นความชอบแทน 

For things that are beyond your control, tell yourself: 
สำหรับสิ่งต่าง ๆ ที่เกินคาด ก็บอกตัวเองว่า 

?I WOULD PREFER AN ?A?, BUT IF ?B? HAPPENS, IT?S OK TOO!? 
เราอยากจะให้เป็น เอ มากกว่า แต่ถ้าเป็น บี ? ก็โอเค ได้เหมือนกัน 

This is really a game that you play in your head. It is a shift in attitude, and it gives you more peace of mind ... 
มันเป็นแค่เกมของความคิดในหัว คือเปลี่ยนอุดมการณ์ มันจะทำให้จิตใจคุณสุขสงบขึ้น 

You prefer that people are polite ... but when they are rude, 
it doesn?t ruin your day. You prefer sunshine ... but rain is ok! 
คุณอยากให้ผู้คนสุภาพ แต่ถ้าเค้าเกิดหยาบคายขึ้นมา.. มันก็ไม่ได้บ่อนทำลายวันของคุณ 
คุณอาจจะอยากให้ท้องฟ้าสดใส แต่ถ้าฝนเกิดตก.. ก็โอเค 

To become happier, we either need to ถ้าอยากจะมีความสุขมากขึ้น เราก็เลือกที่ 
a) change the world, or เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ หรือ 
b) change our thinking. It is easier to change our thinking! เปลี่ยนแปลงความ คิดเราเอง 

เปลี่ยนความคิดของเราเอง ง่ายกว่านะ 

IN A NUTSHELL สั้น ๆ ง่าย ๆ ก็คือ 

It?s not what happens to you that determines your happiness. 
สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ ไม่ใช่สิ่งที่จะกำหนดความสุขของคุณ 

It?s how you think about what happens to you. 
แต่มันเป็นความคิดของคุณเองต่างหาก ความคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณ

ที่มา FM

http://www.fityatulhaq.net/forum/index.php/topic,45.0.html 

4134341731_b8f24d8506_o.jpg
4134341731_b8f24d8506_o.jpg

4134350723_a2bdc3e933_o.jpg
4134350723_a2bdc3e933_o.jpg

4134350805_ded802221e_o.jpg
4134350805_ded802221e_o.jpg

4134350891_2d35b2a020_o.jpg
4134350891_2d35b2a020_o.jpg

4134351053_2c6b24ba1a_o.jpg
4134351053_2c6b24ba1a_o.jpg

4134351185_9c97a9854d_o.jpg
4134351185_9c97a9854d_o.jpg

4135113038_02509acfd3_o.jpg
4135113038_02509acfd3_o.jpg

4135113378_7bccfbcb37_o.jpg
4135113378_7bccfbcb37_o.jpg

4135113534_86d199a082_o.jpg
4135113534_86d199a082_o.jpg

4384143755_96f4a39071_o.jpg
4384143755_96f4a39071_o.jpg

4527453549_570aab3eb5_o.jpg
4527453549_570aab3eb5_o.jpg

4527453619_7392b415d7_o.jpg
4527453619_7392b415d7_o.jpg

4527584295_c9f6047783_o.jpg
4527584295_c9f6047783_o.jpg

news_img_29346_1.jpg
news_img_29346_1.jpg

view_image.jpg
view_image.jpg

view_image2.jpg
view_image2.jpg

uaagrhme.jpg
ใจ อึ๊งภากร ปลุกระดม..เลิกร้องเพลงชาติไทย!
 
 
ใจ อึ๊งภากร ปลุกระดม..เลิกร้องเพลงชาติไทย!
ใจ อึ๊งภากร ปลุกระดม..เลิกร้องเพลงชาติไทย!
ใจ อึ๊งภากร ปลุกระดม..เลิกร้องเพลงชาติไทย!
 

น่าตกใจค่ะที่มีคนยังหลงยุคหลงสมัยยังไม่ตื่นกับกระแสกาลเวลาในปัจจุบันจาก สยาม เป็น ประเทศไทย ในอดีตนั้นอาจสร้างความไม่พอใจให้คนสยามหลายชาติพันธุ์แต่ นั่นมันเป็นอดีตที่ผ่านมานานแล้วหลายสิบปี!!!

ในวันนี้ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่.. ไทย คือ สยาม วันนี้ นาทีนี้ คำว่าไทย ใช้แทน คนทุกเชื้อชาติ ในประเทศนี้ ไทยจีน ไทยญวณ ไทยเหนือ ไทยใต้ ไทยอีสาน ฯลฯ

ตามเพลงชาติ ชาติไทย ที่เราภูมิใจ "ประเทศไทย..รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย" ก็อย่างว่าแหละค่ะคนที่การศึกษาสูงส่ง อย่าง นายอาจารย์ "ใจล์" แถมออกตัวว่าไม่ใช่"คนไทย"เป็น ลูกครึ่ง "จีน" ปน อังกฤษ อยู่ในครอบครัวฐานะสังคมสูง (เพราะความดีของบิดา)

นายใจล์ คงไม่เข้าใจความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของคนชาติเล็กๆ ที่ไม่ใชชาติร่ำรวยอาศัยที่ดินแดนไทยแหลมทองแห่งนี้  "นายใจล์" คนนี้จึงมักจะ" ยัดเยียด" ความน้อยเนื้อต่ำใจ และ  มักบั่นทอนความภูมิใจใน "ชาติไทย" ของเราเสมอๆ 

ในเมื่อนายใจล์ออกตัวว่าไม่ใช่"คนไทย"เป็น ลูกครึ่ง "จีน" ปน "อังกฤษ" เลยอยากมีคำแนะนำให้ "นายใจล์" ไปเรียกร้อง" ประชาธิปไตย" ใน "จีน" หรือ เรียกร้อง "สิทธิมนุษยชน" ให้"ชาวจีน" บ้างตอบแทนแผ่นดินที่...นายใจส์ อ้างว่าเป็นพลเมือง